"ควรคิดค่าทำความสะอาดชั่วโมงละเท่าไร" เป็นคำถามของทุกคนที่อยากรับทำความสะอาดบ้านให้คนอื่น ส่วนอีกฝั่งก็สงสัยว่า "จ่ายค่าทำความสะอาดเท่าไรถึงจะปกติ และจะฝากกุญแจไว้กับใครได้" ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้ทุกที่ ราคาต่างกันไปตามพื้นที่ ขอบเขตงาน และว่าเป็นบริษัทหรือคนในละแวกบ้าน แต่เราบอกได้ชัดเจนว่าราคาประกอบด้วยอะไร และจะตั้งราคาให้ยุติธรรมได้อย่างไร ซึ่งมีประโยชน์กว่าตารางราคาใด ๆ

ราคาทำความสะอาดประกอบด้วยอะไร

  • เวลา คือพื้นฐานของแทบทุกราคา ขนาดห้องหรือบ้าน จำนวนห้องน้ำ และไม่ได้ทำความสะอาดมานานแค่ไหน มีผลมากกว่าสิ่งอื่นใด
  • ประเภทงาน การทำความสะอาดประจำต่างจากการทำความสะอาดใหญ่ (บิ๊กคลีนนิ่ง) การทำความสะอาดหลังย้ายออก หรือหลังรีโนเวต
  • น้ำยาและอุปกรณ์ ถ้าคนทำความสะอาดนำมาเอง ควรรวมอยู่ในราคา คนที่รับงานส่วนตัวมักใช้ของของเจ้าของบ้าน ส่วนบริษัทมักใช้ของตัวเอง
  • การเดินทาง เวลาและค่าเดินทางก็เป็นส่วนหนึ่งของงาน โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกล
  • งานพิเศษ หน้าต่าง มู่ลี่ ด้านในเตาอบและตู้เย็น รีดผ้า หรือซักพรม ใช้เวลามากและมักคิดแยก
  • วันเวลา ตอนเย็น วันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดเทศกาล และช่วงก่อนสิ้นปีมีคนต้องการมาก บางคนจึงคิดเพิ่ม

รายชั่วโมง เหมางาน หรือทั้งวัน

วิธีคิด เหมาะกับ สิ่งที่ต้องระวัง
รายชั่วโมง ทำความสะอาดประจำ เมื่อประเมินขอบเขตงานได้ไม่แน่นอน ตกลงว่าจะทำอะไรก่อน ถ้าเวลาไม่พอ
เหมาต่องาน ก่อนย้ายเข้า หลังแขกกลับ เช็ดกระจก ต้องระบุขอบเขตงานให้ละเอียดมาก
ทั้งวัน บ้านหลังใหญ่ ทำความสะอาดใหญ่ หลังรีโนเวต เตรียมน้ำยาและอุปกรณ์ให้พอ ตกลงเวลาพัก

ห้องขนาดเล็กที่ดูแลสม่ำเสมอ มักใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง สัปดาห์ละครั้งหรือสองสัปดาห์ครั้ง ถ้าไม่ได้ทำความสะอาดมานาน ควรเริ่มด้วยการทำความสะอาดใหญ่หนึ่งครั้ง แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นรอบประจำ

ทำไมครั้งแรกถึงแพงกว่า

ครั้งแรกแทบทุกครั้งใช้เวลานานกว่า ต้องขจัดคราบสะสมที่การทำความสะอาดประจำจะไม่เกิด และคนทำความสะอาดยังไม่รู้จักบ้านหรือความเคยชินของครอบครัว วิธีที่นิยมใช้

  • คิดราคาครั้งแรกแยกต่างหาก เป็นแบบเหมาหรือใช้อัตรารายชั่วโมงที่สูงขึ้น
  • ถ้าทำประจำ เช่น ทุกสัปดาห์หรือทุกสองสัปดาห์ เสนออัตราที่ต่ำลงเล็กน้อย เพราะลูกค้าประจำคือความมั่นคง
  • งานครั้งเดียวควรเผื่อเวลาไว้ เพราะบ้านที่ไม่คุ้นเคยอาจมีเรื่องให้แปลกใจ

ตั้งราคาของตัวเองอย่างไร

ถ้าคุณเพิ่งเริ่มรับทำความสะอาดบ้าน ลองทำตามนี้

  1. ดูราคาทั่วไปในละแวก ดูประกาศของทั้งบุคคลและบริษัทในเมืองหรือย่านของคุณ ราคาในพื้นที่บอกอะไรได้มากกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ
  2. จับเวลาตัวเอง ในงานแรก ๆ ให้จดว่าห้องขนาดหนึ่งใช้เวลาจริงเท่าไร การกะด้วยสายตามักมองโลกในแง่ดีเกินไป
  3. บวกเวลาเดินทาง หนึ่งชั่วโมงบนรถก็คือเวลาของคุณ แม้จะไม่เห็นเป็นผลงาน
  4. กำหนดขั้นต่ำ เช่น อย่างน้อยสองชั่วโมงต่อครั้ง เพื่อให้คุ้มค่าเดินทาง
  5. อย่าเสนอราคาต่ำที่สุดในตลาด ราคาถูกมักดึงลูกค้าที่จะต่อราคาลงอีก ให้ส่วนลดสำหรับลูกค้าประจำแทนจะดีกว่า
  6. บอกราคาล่วงหน้าให้ชัด อัตรารายชั่วโมง ราคางานพิเศษ และใครเป็นคนเตรียมน้ำยา รวมไว้ในข้อความเดียว

ถ้าคุณกำลังหาคนช่วย ก็ใช้หลักคล้ายกัน เปรียบเทียบหลายข้อเสนอในละแวก และดูว่าแต่ละข้อเสนอรวมอะไรบ้าง ข้อเสนอที่ถูกผิดสังเกตอาจหมายความว่ามีบางอย่างไม่ได้บอก เช่น น้ำยา ค่าเดินทาง หรือหน้าต่าง

ตัวอย่างข้อความ

เมื่อคุณรับทำความสะอาด

"สวัสดี รับทำความสะอาดบ้านแถว [ย่าน] และบริเวณใกล้เคียง ทั้งทำความสะอาดประจำและทำความสะอาดใหญ่ เช็ดกระจก และรีดผ้า คิดเป็นรายชั่วโมง ส่วนกระจกคิดตามจำนวนและขนาด ใช้น้ำยาของบ้านได้ หรือถ้าตกลงกันจะนำของตัวเองไป ก่อนเริ่มครั้งแรกสามารถไปดูสถานที่สั้น ๆ เพื่อประเมินเวลาและราคาร่วมกันได้"

เมื่อคุณกำลังหาคนช่วย

"สวัสดี กำลังหาคนช่วยทำความสะอาดห้องชุดสองห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ สองสัปดาห์ครั้ง สะดวกเช้าวันศุกร์ งานที่ต้องทำคือพื้น ห้องน้ำ ห้องครัว และเช็ดฝุ่น ยังไม่ต้องเช็ดกระจก มีน้ำยาและเครื่องดูดฝุ่นที่บ้าน รบกวนแจ้งราคาและวันที่สะดวกมาเริ่มครั้งแรกด้วย"

สิ่งที่ควรตกลงกันก่อนครั้งแรก

  • ห้องไหนบ้าง ทำอะไรในห้องนั้น และอะไรที่ไม่ต้องทำ (เช่น โต๊ะทำงานที่มีเอกสาร ให้ปล่อยไว้อย่างนั้น)
  • อะไรทำทุกครั้ง อะไรทำเป็นครั้งคราว (หน้าต่าง เตาอบ ตู้เย็น ผ้าปูที่นอน)
  • ใครเตรียมน้ำยา เครื่องดูดฝุ่น ไม้ถูพื้น และบันได พื้นผิวบางอย่างต้องใช้น้ำยาเฉพาะหรือไม่
  • มีสัตว์เลี้ยงในบ้านไหม มีใครแพ้น้ำยาบางชนิดหรือเปล่า
  • เริ่มและเลิกกี่โมง ถ้างานใช้เวลานานกว่าที่คิดจะทำอย่างไร
  • จ่ายเงินอย่างไรและเมื่อไร เงินสดหรือโอน หลังทำความสะอาดแต่ละครั้งหรือเดือนละครั้ง
  • ยกเลิกนัดอย่างไร ที่นิยมคือแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน
  • ถ้าป่วยหรือลาพักจะทำอย่างไร

ความไว้ใจและกุญแจบ้าน

การทำความสะอาดคือการให้ใครสักคนเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวที่สุด การเริ่มต้นอย่างชัดเจนช่วยสร้างความไว้ใจ

  • ครั้งแรกควรมีคนอยู่บ้าน จะได้บอกว่าอะไรอยู่ตรงไหน และทั้งสองฝ่ายได้ทำความรู้จักกัน
  • คำแนะนำจากคนรอบตัว เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน หรือนิติบุคคลอาคาร มักรู้จักคนที่ทำความสะอาดให้มานานหลายปี
  • ชื่อจริงและเบอร์โทรที่ติดต่อได้ ไม่ใช่แค่ชื่อเล่นในแชต
  • เก็บของมีค่าและเอกสาร ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจ แต่เป็นการปกป้องคนทำความสะอาดจากความเข้าใจผิดด้วย
  • ฝากกุญแจหลังจากมาแล้วหลายครั้ง จดการส่งมอบกุญแจไว้ (วันที่ จำนวนดอก) ถ้าเป็นกลอนดิจิทัล เปลี่ยนรหัสได้ และเมื่อเลิกจ้างต้องเปลี่ยนรหัสทุกครั้ง
  • กล้องต้องเปิดเผย ถ้ามีกล้องในบ้าน ให้บอก และห้ามติดในห้องน้ำหรือพื้นที่ส่วนตัวเด็ดขาด

ความปลอดภัยและความยุติธรรมสำหรับทั้งสองฝ่าย

  • จ่ายเงินหลังทำความสะอาด ไม่จ่ายล่วงหน้าทั้งเดือนให้คนที่แทบไม่รู้จัก
  • ติชมทันทีและเจาะจง ประโยคว่า "หลังอ่างอาบน้ำยังมีฝุ่นอยู่" ช่วยได้มากกว่าความไม่พอใจที่เก็บเงียบไว้หลายสัปดาห์
  • นัดแรกกับลูกค้าใหม่ บอกคนใกล้ชิดว่าไปทำความสะอาดที่ไหน
  • คนทำความสะอาดไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ใครที่ขอเงิน "ค่าสมัคร" หรือ "ค่าวัสดุ" ก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่ลูกค้าที่จริงจัง
  • ทำงานอย่างปลอดภัย อย่าผสมน้ำยาทำความสะอาด สวมถุงมือเมื่อใช้น้ำยาฤทธิ์แรง และเช็ดกระจกจากจุดที่มั่นคงเท่านั้น
  • จดชั่วโมงทำงานและการจ่ายเงิน ช่วยกันความเข้าใจผิดทั้งสองฝ่าย

เรื่องกฎระเบียบ

กฎเกี่ยวกับงานช่วยเหลือในบ้านแตกต่างกันมากในแต่ละประเทศ บางที่มีวิธีง่าย ๆ ในการแจ้งและทำประกันให้ผู้ช่วยงานบ้าน บางที่รายได้ประจำจากงานทำความสะอาดถือเป็นการประกอบธุรกิจ ถ้างานทำความสะอาดกลายเป็นรายได้ประจำ หรือถ้าคุณต้องการจ้างใครมาทำความสะอาดเป็นประจำ ควรสอบถามสำนักงานสรรพากร หน่วยงานประกันสังคม หรือนักบัญชีว่าในพื้นที่ของคุณใช้กฎอย่างไร

ทำความสะอาดใกล้บ้าน

ไม่ว่าคุณจะรับทำความสะอาดหรือกำลังหาคนช่วย เรื่องที่ยากที่สุดมักเป็นการหาอีกฝ่ายที่อยู่ใกล้ ๆ ที่ QuickCashSpace เรากำลังเตรียมบริการที่เราเชื่อว่าคุณจะสนใจ ลงทะเบียนรับข่าวสารได้ในแบบฟอร์มใต้บทความนี้ แล้วเราจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อเปิดให้บริการ